Real Madrid Club de Fútbol หากจะกล่าวว่า สโมสรฟุตบอลอาชีพเรอัลมาดริด คือทีมฟุตบอลอันดับ 1 ของโลก ก็คงจะไม่ผิดมากนัก เพราะในช่วงหลาย 10 ปีที่ผ่านมาพวกเขาได้แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งแบบที่ไม่อาจจะต้านทาน โดยมีถ้วยรางวัลการันตรีจำนวนมหาศาล ความยิ่งใหญ่ทุกอย่างย่อมมีจุดเริ่มต้น วันนี้เราจะพาทุกคนย้อนกลับไปดู The beginning ก้าวแรก ของยอดทีมจากแดนกระทิงดุ เส้นทางที่พาพวกเขาเข้ามาสู่จุดสูงสุดของวงการลูกหนังระดับโลก

เรอัลมาดริด ประวัติศาสตร์ จุดเริ่มต้นแห่งความยิ่งใหญ่

จุดเริ่มต้น สโมสร เรอัลมาดริด

ค.ศ. 1902 โดยเหล่านักวิชาการและนักศึกษา ซึ่งจบจากเคมบริดจ์และออกซ์ฟอร์ด รวมตัวกันแล้วเริ่มต้นสร้างสโมสร ฟุตบอลคลับสกาย นี่คือครั้งแรกที่สโมสรเรอัลมาดริดได้เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1897 ต่อจากนั้นแนกออกเป็น 2 สโมรสรในปี 1900 ได้แก่ นิว-ฟุตบอลเดมาดริด และ กลุบเอสปัญญอลเดมาดริด ในปี 1902 ก็ได้ก่อตั้งสโมสรอย่างเป็นทางการ และหลังจากนั้น 3 ปี พวกก็คว้าแชมป์แรกของสโมสรได้สำเร็จ นั่นคือการแข่งขันสแปนิชคัพ

ค.ศ. 1912 สโมสรก็ได้เปิดใช้สนามของตนเองเป็นครั้งแรกที่กัมโปเดโอโดเนล

ค.ศ. 1920 สโมสรได้เปลี่ยนชื่อเป็น เรอัลมาดริด

ค.ศ. 1929 ลาลีกา สเปนได้ถือกำเนิดขึ้นเป็นครั้งแรก และพวกเขาขึ้นอันดับ 1 ของตารางตลอดฤดูกาล แต่มาพลาดโค้งสุกท้ายเลยได้อันดับ 2 จากการแพ้ให้ บาร์เซโลน่า

13 มิถุนายน ค.ศ. 1943ในช่วงสงครามโลกที่ทุกอย่างกำลังวุ่นวาย สโมสรมาดริดชนะ บาร์เซโลนาไปถึง 11-1 แต่ในเกมนั้นมีข้อกังขามากมาย เพราะมีข่าวว่าเกิดจากการกดดันนักเตะทีม บาร์เซโรน่า ทำให้นักเตะทีมบาร์เซโลน่าเล่นไม่เต็มที่
ค.ศ. 1945 จุดเปลี่ยนครั้งยิ่งใหญ่ เพราะเริ่มใช้เงินจำนวนมหาศาล ได้ลงทุนสร้างสนามกีฬาซานเตียโก เบร์นาเบว พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกทุกอย่าง

ค.ศ. 1955 ยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีกได้จัดตั้งขึ้นเป็นครั้งแรก และพวกเขาคว้าแชมป์รวดเดียวติดกันยาวถึง 5 สมัย

ค.ศ. 1980 ในยุคนี้ เรอัลมาดริด ได้กลายเป็นหนึ่งทีมที่ดีที่สุดในประเทศ สเปน

ค.ศ. 1996 การเข้ามาของ ฟาบีโอ กาเปลโล ผู้จัดการทีมคนใหม่ ได้เปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์ของทีมไปอย่างมาก เนื่องจากเขาได้ซื้อนักเตะเก่งที่เป็นดาวดังในสมัยนั้นเอาไว้จนคับทีม ได้แก่ โรเบร์ตู การ์ลูส, เพรดรัก มีจาโตวิช , คลาเรนซ์ ซีดอร์ฟ และ, ดาวอร์ ซือเกอร์ ทำให้การรอคอย 32 ปีก็จบลง โดยพวกเขาได้ ถ้วยูโรเปียนคัพ สมัยที่ 7

ค.ศ. 1999 คว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก สมัยที่ 8

ค.ศ. 2000 ได้ประธานสโมสรคนใหม่ โฟลเรนตีโน เปเรซ ซึ่งตอนนั้นเป็นมหาเศรษฐีติดอันดับ 1 ของประเทศ สเปน ทำให้มีการลงจำนวนมหาศาล มีการซื้อตัวนักเตะจำนวนมาก ได้แก่ ฟาบีโอ กันนาวาโร, ลูอิช ฟีกู , โรนัลโด , ราอุล กอนซาเลซ , ซีเนดีน ซีดาน , เดวิด เบคแคม และโรเบร์ตู การ์ลูส

ค.ศ. 2006 ได้ประธานสโมสรคนใหม่ รามอน กัลเดรอน และมีการขายนักเตะในวัยใกล้ปลดเกษียณได้แก่ เดวิด เบคแคม, ลูอิช ฟีกู, โรนัลโด และซีเนดีน ซีดาน

ค.ศ. 2007 เป็นอีกปีที่มีการซื้อนักเตะจำนวนมากได้แก่ เปปี, เวสลีย์ สไนเดอร์, อาร์เยิน รอบเบน, แยร์ซี ดูแด็ก และพวกเขาก็คว้าแชมป์ลาลีกาสมัยที่ 30 ได้สำเร็จ

ค.ศ. 2009 ในที่สุดก็มาถึงดาวดังค้างฟ้าที่เรารู้กันเป็นอย่างดี สำหรับคนแบกทีม คริสเตียโน โรนัลโด ที่ได้ย้ายเข้ามาสู่สโมสร

ค.ศ. 2011 แม้ว่าสโมสรยังไม่ประสบความสำเร็จมากนักแต่ว่า คริสเตียโน โรนัลโด ก็กลายเป็นดาวซัลโวสูงสุด ด้วยการยิงประตูไป 40 ประตู และจบด้วยรองแชมป์ลีก

25 มิถุนายน ค.ศ. 2013 สโมสรได้เซ็นสัญญากับการ์โล อันเชลอตตี เซ็นสัญญากับแกเร็ธ เบล นักเตะชาวเวลส์จากทอตนัมฮอตสเปอร์ส คว้าแชมป์โกปาเดลเรย์

3 มิถุนายน ค.ศ. 2015 ถือว่าเป็นผู้จัดการทีมที่มาไว ไปไว อย่างมากสำหรับ ราฟาเอล เบนิเตซ เพราะว่าเขามีโอกาสได้คุมทีมเพียงแค่ 7 เดือนเท่านั้น ก่อนจะถูกปลดฟ้าผ่า

5 มกราคม ค.ศ. 2016 ซีเนอดีน ซีดาน เข้ามาเป็นผู้จัดการทีม และสามารถคว้ารองแชมป์ลาลีกา แบบเกือบจะได้แชมป์เพียงนิดเดียว เพราะว่ามีแต้มน้อยกว่า บาร์เซโลน่าเพียงแค่ 1 แต้ม แต่ว่าพวกเขาก็สามารถคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกได้สำเร็จในปีนี้

ประวัติเกียรติคุณ

ลีก ลาลีกา ชนะเลิศ 33 สมัย รองชนะเลิศ 22 สมัย

โกปาเดลเรย์ ชนะเลิศ 19 สมัย รองชนะเลิศ 20 สมัย

ซูเปร์โกปาเดเอสปาญา ชนะเลิศ 9 สมัย รองชนะเลิศ 5 สมัย

โกปาเอบาดัวร์เต ชนะเลิศ 1 สมัย รองชนะเลิศ 1 สมัย

โกปาเดลาลีกา ชนะเลิศ 1 สมัย รองชนะเลิศ 1 สมัย

ถ้วยยุโรป – ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ชนะเลิศ 12 สมัย รองชนะเลิศ 3 สมัย

ยูโรเปียนวินเนอร์สคัพ ชนะเลิศ 2 สมัย รองชนะเลิศ 2 สมัย

ยูฟ่าซูเปอร์คัพ ชนะเลิศ 3 สมัย รองชนะเลิศ 2 สมัย

ฟีฟ่าคลับเวิลด์คัพ ชนะเลิศ 5 สมัย รองชนะเลิศ 2 สมัย